บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งสาธารณะเพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน รายได้ขึ้นกับความพยายามและปัจจัยของแต่ละคน
สามโมเดลนี้ถูกพูดถึงคู่กันเสมอเพราะเริ่มได้โดยไม่ต้องลงทุนสต็อกสินค้า แต่ความรับผิดชอบและกำไรต่างกันมาก การเลือกผิดตั้งแต่แรกทำให้หลายคนเลิกกลางทาง
ตารางเทียบให้เห็นภาพ
| หัวข้อ | Dropship | Affiliate | พรีออเดอร์ |
|---|---|---|---|
| ใครเก็บเงินลูกค้า | เรา | เจ้าของสินค้า | เรา (เก็บก่อนสั่ง) |
| ใครดูแลปัญหาหลังขาย | เรา | เจ้าของสินค้า | เรา |
| กำไรต่อชิ้น | ปานกลาง ตั้งราคาเองได้ | ต่ำ เป็นค่าคอมมิชชั่น | สูงสุด คุมต้นทุนเอง |
| ความเสี่ยง | ของหมด ส่งช้า ลูกค้าโวย | เกือบไม่มี | สูง ของอาจไม่มาตามกำหนด |
| เวลาที่ต้องใช้ต่อวัน | ปานกลางถึงสูง | ต่ำ เน้นทำคอนเทนต์ | สูง |
| เงินลงทุนเริ่มต้น | ต่ำ | เกือบ 0 | ต่ำถึงปานกลาง |
เลือกยังไงให้ตรงกับชีวิตจริง
- มีเวลาน้อยมาก ตอบแชทไม่ได้ทั้งวัน เลือก Affiliate เพราะไม่ต้องรับผิดชอบหลังการขาย
- พอมีเวลาตอบลูกค้า อยากคุมราคาเอง เลือก Dropship
- มีแหล่งสินค้าเฉพาะที่หาที่อื่นไม่ได้ พรีออเดอร์ให้กำไรสูงสุด แต่ต้องพร้อมรับความเสี่ยงเรื่องของล่าช้า
ข้อควรรู้ก่อนเริ่มทุกโมเดล
ไม่ว่าเลือกแบบไหน ผู้ขายในไทยต้องแสดงข้อมูลร้านค้าให้ชัดเจน ระบุระยะเวลาจัดส่งตามจริง และมีนโยบายคืนสินค้าที่ผู้ซื้อเข้าใจได้ การสัญญาเกินจริงเรื่องเวลาส่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งของรีวิวแย่ที่ทำให้ร้านใหม่ไปต่อไม่ได้
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ คู่มือ Passive Income สำหรับคุณแม่อยู่บ้าน ดูช่องทางอื่นทั้งหมดได้ที่นั่น

