บทความนี้รวบรวมข้อมูลจากแหล่งสาธารณะเพื่อเป็นแนวทางเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน รายได้ขึ้นกับความพยายามและปัจจัยของแต่ละคน
ช่องทางที่เริ่มได้เร็วที่สุดไม่ใช่การสร้างอะไรใหม่ แต่คือการใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วให้เกิดรายได้ ทั้งของในบ้านที่ไม่ได้ใช้ พื้นที่ว่าง และเงินเก็บก้อนเล็กที่นอนอยู่ในบัญชีออมทรัพย์
ขายของที่ไม่ได้ใช้
บ้านที่มีเด็กมักมีของที่ลูกโตเกินแล้วสะสมไว้เยอะ ทั้งรถเข็น คาร์ซีท เสื้อผ้าเด็ก ของเล่นเสริมพัฒนาการ ซึ่งเป็นหมวดที่ตลาดมือสองต้องการสูงเพราะของใหม่ราคาแพงและใช้ได้ไม่นาน
- กลุ่มขายของมือสองใน Facebook ขายเร็วที่สุด แต่ต้องนัดรับหรือส่งเอง
- Shopee/Lazada หมวดมือสอง เข้าถึงคนทั้งประเทศ มีระบบเก็บเงินปลายทาง
- ร้านรับซื้อของเด็กมือสอง ได้เงินน้อยกว่าแต่จบในครั้งเดียว
เคล็ดลับคือถ่ายรูปในที่แสงธรรมชาติ ระบุตำหนิตามจริง และตั้งราคาประมาณ 40-60% ของราคาป้ายถ้าสภาพดี
ปล่อยเช่าของที่มี
ของบางอย่างคนต้องการใช้แค่ครั้งคราวจึงเลือกเช่ามากกว่าซื้อ เช่น ชุดไทยหรือชุดงานแต่ง อุปกรณ์ตั้งแคมป์ กล้องถ่ายรูป เครื่องปั๊มนม เตียงเด็กแบบพกพา ข้อดีคือได้เงินซ้ำจากของชิ้นเดิม ข้อควรระวังคือต้องมีสัญญาและเงินมัดจำที่ชัดเจน และประเมินค่าเสื่อมให้ครอบคลุมอยู่ในค่าเช่า
ปล่อยเช่าที่พัก
ถ้ามีคอนโดหรือห้องว่าง การปล่อยเช่ารายเดือนให้กระแสเงินสดที่สม่ำเสมอกว่ารายวัน และดูแลง่ายกว่ามาก สิ่งที่ต้องคำนวณให้ครบก่อนตัดสินใจคือ ค่าส่วนกลาง ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ค่าซ่อมบำรุงที่มักถูกลืม และช่วงที่ห้องว่างไม่มีผู้เช่า ซึ่งควรเผื่อไว้อย่างน้อย 1-2 เดือนต่อปี
ลงทุนด้วยเงินก้อนเล็ก
| รูปแบบ | ความเสี่ยง | เหมาะกับ |
|---|---|---|
| บัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง | ต่ำมาก | เงินสำรองฉุกเฉินที่ต้องใช้ได้ทันที |
| กองทุนรวมตลาดเงิน | ต่ำ | พักเงินระยะสั้น ถอนได้ใน 1-2 วัน |
| กองทุนรวมดัชนี | ปานกลางถึงสูง | เงินที่ไม่ต้องใช้เกิน 5 ปี |
| สลากออมทรัพย์ | ต่ำ | คนที่อยากได้เงินต้นคืนครบพร้อมลุ้นรางวัล |
หลักสำคัญคือกันเงินสำรองฉุกเฉิน 3-6 เดือนของค่าใช้จ่ายไว้ก่อน แล้วค่อยนำส่วนที่เหลือไปลงทุน และควรศึกษาเงื่อนไขหรือปรึกษาผู้แนะนำการลงทุนที่มีใบอนุญาตก่อนตัดสินใจ เพราะเราไม่ใช่ที่ปรึกษาการเงิน
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของ คู่มือ Passive Income สำหรับคุณแม่อยู่บ้าน ดูช่องทางอื่นทั้งหมดได้ที่นั่น

