หน้าแรกแม่และเด็กก่อนคลอดเตรียมตัวเดือนสุดท้ายก่อนคลอด ต้องทำอะไรบ้าง

เตรียมตัวเดือนสุดท้ายก่อนคลอด ต้องทำอะไรบ้าง

อายุครรภ์ 36 สัปดาห์ขึ้นไปคือช่วงที่ลูกพร้อมออกมาได้ทุกเมื่อ ทารกราวหนึ่งในสิบคลอดก่อนกำหนด และการเจ็บครรภ์จริงมักมาโดยไม่บอกล่วงหน้า เดือนสุดท้ายจึงไม่ใช่ช่วงพักผ่อนอย่างเดียว แต่เป็นช่วงเตรียมความพร้อมที่ทำให้วันจริงราบรื่นขึ้นมาก

สัปดาห์ที่ 36 จัดกระเป๋าให้เสร็จ

เคล็ดลับที่ใช้ได้จริงคือแยกเป็นสองใบ ใบเล็กใส่เอกสารสำคัญกับของที่ต้องใช้ในห้องคลอด วางไว้ใกล้ประตูหรือพกติดรถ ส่วนใบใหญ่ใส่ของสำหรับพักฟื้นและของลูก ให้คนที่บ้านตามไปส่งทีหลังได้ วิธีนี้ทำให้ตอนฉุกเฉินคว้าใบเดียวก็ออกจากบ้านได้ทันที

ของที่คนลืมบ่อยที่สุดคือสายชาร์จโทรศัพท์แบบยาว เพราะปลั๊กในห้องพักมักอยู่ไกลจากเตียง รองลงมาคือคาร์ซีทซึ่งโรงพยาบาลหลายแห่งขอให้มีก่อนอนุญาตให้พาลูกกลับบ้าน และควรติดตั้งไว้ในรถล่วงหน้าเพราะติดตั้งครั้งแรกใช้เวลานานกว่าที่คิด

เช็คลิสต์กระเป๋าคลอด 31 อย่าง
ติ๊กไปทีละอย่าง ระบบจะจำไว้ในเครื่องของคุณเอง เปิดหน้าใหม่ก็ยังอยู่ พร้อมบอกว่าเหลืออีกกี่อย่าง

เอกสารที่ต้องเตรียมและควรถ่ายสำเนาไว้

บัตรประชาชนของคุณแม่และคุณพ่อ สมุดฝากครรภ์เล่มสีชมพู บัตรโรงพยาบาลที่ฝากครรภ์ ทะเบียนสมรสหรือหนังสือรับรองบุตร และข้อมูลสิทธิการรักษา ไม่ว่าจะเป็นประกันสังคม บัตรทอง หรือประกันสุขภาพเอกชน

ควรถ่ายรูปเอกสารทั้งหมดเก็บไว้ในโทรศัพท์ด้วย เผื่อกรณีที่หาตัวจริงไม่เจอตอนรีบ และควรจดเบอร์โรงพยาบาล เบอร์แผนกห้องคลอด และเส้นทางสำรองกรณีรถติดไว้ให้คนที่จะพาไปด้วย

อีกเรื่องที่ควรจัดการให้เสร็จก่อนคลอดคือแจ้ง HR เรื่องวันลาคลอด เพราะกฎหมายใหม่ให้ลาได้ 120 วัน และคู่สมรสลาช่วยได้อีก 15 วัน การคุยล่วงหน้าทำให้ทั้งสองฝ่ายวางแผนงานได้ทัน

คำนวณวันลาคลอดให้ชัดก่อนคุยกับ HR
ใส่วันกำหนดคลอด รู้เลยว่าลาถึงวันไหน กลับทำงานวันไหน และช่วงไหนได้ค่าจ้างเต็ม
กระเป๋าเตรียมคลอดจัดของใช้ทารกเรียบร้อยวางบนเตียง

สัญญาณเจ็บครรภ์จริง กับ เจ็บหลอก

เจ็บหลอกหรือ Braxton Hicks จะไม่สม่ำเสมอ ระยะห่างไม่ลดลง ความแรงไม่เพิ่มขึ้น มักรู้สึกที่หน้าท้องด้านหน้า และทุเลาเมื่อเปลี่ยนท่า ลุกเดิน หรือดื่มน้ำแล้วพัก

เจ็บจริงจะมาเป็นจังหวะสม่ำเสมอมากขึ้นเรื่อยๆ ระยะห่างสั้นลง ความแรงเพิ่มขึ้น มักเริ่มจากหลังส่วนล่างแล้วร้าวมาข้างหน้า และไม่หายไม่ว่าจะเปลี่ยนท่าอย่างไร เกณฑ์ที่โรงพยาบาลส่วนใหญ่ใช้คือ 5-1-1 หมายถึงปวดทุก 5 นาที ครั้งละ 1 นาที ต่อเนื่องมาแล้ว 1 ชั่วโมง

จุดที่คนจับเวลาผิดบ่อยที่สุดคือนับระยะห่างจากตอนหายปวดถึงตอนเริ่มปวดใหม่ ที่ถูกคือนับจากจุดเริ่มปวดของครั้งหนึ่ง ไปถึงจุดเริ่มปวดของครั้งถัดไป

จับเวลาการบีบตัวแบบไม่ต้องคำนวณเอง
กดปุ่มตอนเริ่มปวดและตอนหายปวด ระบบคำนวณความถี่กับความยาวให้ พร้อมบอกว่าเข้าเกณฑ์ 5-1-1 หรือยัง

อาการที่ต้องไปโรงพยาบาลทันที ไม่ต้องรอครบเกณฑ์

ไม่ว่าการบีบตัวจะถี่แค่ไหน ให้ไปทันทีถ้ามีน้ำเดินหรือมีน้ำใสไหลออกมา มีเลือดออกทางช่องคลอดมากกว่ามูกเลือดเล็กน้อย ลูกดิ้นน้อยลงชัดเจนหรือหยุดดิ้น ปวดศีรษะรุนแรงร่วมกับตาพร่ามัวหรือบวมมาก หรือปวดท้องรุนแรงตลอดเวลาโดยไม่มีช่วงพัก

คุณแม่ที่เคยผ่าคลอดมาก่อน ตั้งครรภ์แฝด อายุครรภ์ยังไม่ถึง 37 สัปดาห์ หรือมีภาวะครรภ์เสี่ยง ควรโทรปรึกษาโรงพยาบาลตั้งแต่เริ่มปวดสม่ำเสมอ ไม่ต้องรอให้ครบ 5-1-1

อย่ากังวลว่าไปแล้วจะพบว่าไม่มีอะไร บุคลากรทางการแพทย์อยากให้คุณแม่มาตรวจมากกว่าจะรออยู่บ้าน การตรวจฟังเสียงหัวใจทารกใช้เวลาไม่นานและให้ความมั่นใจได้ทันที

เตรียมบ้านและเตรียมใจ

สิ่งที่ช่วยได้มากในสองสัปดาห์แรกหลังกลับบ้านคือการทำอาหารแช่แข็งเตรียมไว้ล่วงหน้า ซักผ้าลูกและตากให้เสร็จ จัดมุมเปลี่ยนผ้าอ้อมให้หยิบของได้ในมือเดียว และคุยกันให้ชัดว่าใครจะมาช่วยวันไหนบ้าง

อีกเรื่องที่มักถูกมองข้ามคือการเตรียมใจเรื่องอารมณ์หลังคลอด คุณแม่จำนวนมากมีอาการเศร้าเล็กน้อยในช่วงสัปดาห์แรก ซึ่งเป็นเรื่องปกติจากฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลง แต่ถ้าอาการรุนแรงขึ้น กินไม่ได้ นอนไม่หลับทั้งที่ลูกหลับ หรือรู้สึกไม่อยากดูแลลูก ควรบอกคนใกล้ตัวและปรึกษาแพทย์ ไม่ใช่เรื่องที่ต้องทนเอง

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปสำหรับการตั้งครรภ์ปกติ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล ให้ยึดคำแนะนำของแพทย์ที่ฝากครรภ์เป็นหลักเสมอ และหากไม่แน่ใจ โทรปรึกษาโรงพยาบาลได้ทุกเวลา

คำถามที่พบบ่อย

ควรจัดกระเป๋าคลอดตอนอายุครรภ์เท่าไหร่
ช่วง 35 ถึง 36 สัปดาห์ เพราะทารกราวหนึ่งในสิบคลอดก่อนกำหนด และการเจ็บครรภ์จริงมักมาโดยไม่บอกล่วงหน้า

เจ็บท้องจริงกับเจ็บหลอกต่างกันอย่างไร
เจ็บหลอกไม่สม่ำเสมอ ความแรงไม่เพิ่ม และทุเลาเมื่อเปลี่ยนท่า ส่วนเจ็บจริงจะถี่ขึ้น แรงขึ้น มักร้าวจากหลังมาหน้าท้อง และไม่หายไม่ว่าจะเปลี่ยนท่าอย่างไร

เกณฑ์ 5-1-1 คืออะไร
ปวดทุก 5 นาที แต่ละครั้งนาน 1 นาที ต่อเนื่องมาแล้ว 1 ชั่วโมง เมื่อครบทั้งสามข้อพร้อมกันถือว่าถึงเวลาไปโรงพยาบาล

น้ำเดินแล้วแต่ยังไม่ปวด ต้องไปโรงพยาบาลไหม
ต้องไปทันทีไม่ต้องรอให้ปวด เพราะเมื่อถุงน้ำคร่ำแตกแล้วมีความเสี่ยงติดเชื้อ ควรจดเวลาที่น้ำเดินและสังเกตสีของน้ำไว้บอกแพทย์

ท้องหลังต้องไปโรงพยาบาลเร็วกว่าท้องแรกไหม
โดยทั่วไปใช่ เพราะท้องหลังมักคลอดเร็วกว่า โรงพยาบาลหลายแห่งจึงแนะนำให้มาเมื่อปวดทุก 7 ถึง 10 นาที ควรถามแพทย์ที่ฝากครรภ์ไว้ล่วงหน้า

รู้สึกเศร้าหลังคลอดเป็นเรื่องปกติไหม
อาการเศร้าเล็กน้อยในสัปดาห์แรกพบได้บ่อยและมักหายเอง แต่ถ้าอาการรุนแรงขึ้น กินไม่ได้ นอนไม่หลับทั้งที่ลูกหลับ หรือรู้สึกไม่อยากดูแลลูก ควรบอกคนใกล้ตัวและปรึกษาแพทย์

{“@context”:”https://schema.org”,”@type”:”FAQPage”,”mainEntity”:[{“@type”:”Question”,”name”:”ควรจัดกระเป๋าคลอดตอนอายุครรภ์เท่าไหร่”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”ช่วง 35 ถึง 36 สัปดาห์ เพราะทารกราวหนึ่งในสิบคลอดก่อนกำหนด และการเจ็บครรภ์จริงมักมาโดยไม่บอกล่วงหน้า”}},{“@type”:”Question”,”name”:”เจ็บท้องจริงกับเจ็บหลอกต่างกันอย่างไร”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”เจ็บหลอกไม่สม่ำเสมอ ความแรงไม่เพิ่ม และทุเลาเมื่อเปลี่ยนท่า ส่วนเจ็บจริงจะถี่ขึ้น แรงขึ้น มักร้าวจากหลังมาหน้าท้อง และไม่หายไม่ว่าจะเปลี่ยนท่าอย่างไร”}},{“@type”:”Question”,”name”:”เกณฑ์ 5-1-1 คืออะไร”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”ปวดทุก 5 นาที แต่ละครั้งนาน 1 นาที ต่อเนื่องมาแล้ว 1 ชั่วโมง เมื่อครบทั้งสามข้อพร้อมกันถือว่าถึงเวลาไปโรงพยาบาล”}},{“@type”:”Question”,”name”:”น้ำเดินแล้วแต่ยังไม่ปวด ต้องไปโรงพยาบาลไหม”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”ต้องไปทันทีไม่ต้องรอให้ปวด เพราะเมื่อถุงน้ำคร่ำแตกแล้วมีความเสี่ยงติดเชื้อ ควรจดเวลาที่น้ำเดินและสังเกตสีของน้ำไว้บอกแพทย์”}},{“@type”:”Question”,”name”:”ท้องหลังต้องไปโรงพยาบาลเร็วกว่าท้องแรกไหม”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”โดยทั่วไปใช่ เพราะท้องหลังมักคลอดเร็วกว่า โรงพยาบาลหลายแห่งจึงแนะนำให้มาเมื่อปวดทุก 7 ถึง 10 นาที ควรถามแพทย์ที่ฝากครรภ์ไว้ล่วงหน้า”}},{“@type”:”Question”,”name”:”รู้สึกเศร้าหลังคลอดเป็นเรื่องปกติไหม”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”อาการเศร้าเล็กน้อยในสัปดาห์แรกพบได้บ่อยและมักหายเอง แต่ถ้าอาการรุนแรงขึ้น กินไม่ได้ นอนไม่หลับทั้งที่ลูกหลับ หรือรู้สึกไม่อยากดูแลลูก ควรบอกคนใกล้ตัวและปรึกษาแพทย์”}}]}
เจษฎา
เจษฎาhttps://huangjai.com
ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการเว็บไซต์ห่วงใยคุณในทุกๆวัน รวบรวมเรื่องการตั้งครรภ์ การเลี้ยงลูก และสิทธิที่พ่อแม่ควรได้รับ โดยอ้างอิงจากประกาศราชการ กรมอนามัย สำนักงานประกันสังคม กรมสรรพากร และสถาบันทางการแพทย์ พร้อมพัฒนาเครื่องมือคำนวณฟรี 27 ตัวให้ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ทดแทนคำวินิจฉัยของแพทย์
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments