พอรู้ว่าตั้งครรภ์ คำถามที่ตามมาแทบจะทันทีคือลูกเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง คำตอบจริงๆ ถูกกำหนดไปแล้วตั้งแต่วินาทีที่ปฏิสนธิ แต่กว่าเราจะรู้ได้ต้องรอให้อวัยวะพัฒนาพอที่เครื่องมือจะมองเห็น หรือรอให้ดีเอ็นเอของลูกปรากฏในเลือดแม่มากพอที่จะตรวจได้ บทความนี้เรียงให้ชัดว่าแต่ละวิธีทำได้ตอนไหนและแม่นแค่ไหน
เพศลูกถูกกำหนดตั้งแต่วินาทีแรก และพ่อเป็นคนกำหนด
ไข่ของแม่มีโครโมโซมเพศเป็น X เสมอ ส่วนอสุจิของพ่อมีทั้งชนิดที่พา X และชนิดที่พา Y ถ้าอสุจิที่ผสมสำเร็จพา X มาด้วยจะได้ XX คือลูกสาว ถ้าพา Y มาจะได้ XY คือลูกชาย เพศจึงถูกกำหนดตั้งแต่วินาทีที่ปฏิสนธิ
เพราะเหตุนี้ ความเชื่อที่โทษฝ่ายแม่ว่าเป็นคนกำหนดเพศลูกจึงไม่ถูกต้องตามหลักชีววิทยา และวิธีต่างๆ ที่อ้างว่าช่วยเลือกเพศลูกได้ด้วยการกินอาหารบางอย่าง ปรับความเป็นกรดด่าง หรือจับเวลามีเพศสัมพันธ์ ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่หนักแน่นรองรับ
ตรวจเลือด NIPT รู้ได้เร็วที่สุด ตั้งแต่ 10 สัปดาห์
NIPT ย่อมาจาก Non-Invasive Prenatal Testing เป็นการเจาะเลือดคุณแม่แล้วตรวจหาชิ้นส่วนดีเอ็นเอของทารกที่ลอยอยู่ในกระแสเลือด ทำได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์ขึ้นไป เพราะเป็นช่วงที่ปริมาณดีเอ็นเอของทารกในเลือดแม่มีมากพอ
จุดสำคัญคือ NIPT ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อบอกเพศเป็นหลัก แต่ออกแบบมาเพื่อคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซม เช่น กลุ่มอาการดาวน์ เอ็ดเวิร์ด และพาทัว การรู้เพศเป็นผลพลอยได้จากการตรวจหาโครโมโซม Y ความแม่นยำเรื่องเพศจึงสูงมากเกิน 99 เปอร์เซ็นต์
ข้อจำกัดคือราคาสูงกว่าการตรวจทั่วไปมาก และในกรณีครรภ์แฝดอาจแปลผลเรื่องเพศได้ไม่ชัดเจน เพราะถ้าตรวจพบโครโมโซม Y ก็บอกได้แค่ว่ามีลูกชายอย่างน้อยหนึ่งคน แต่บอกไม่ได้ว่าคนไหน

อัลตราซาวนด์ ชัดที่สุดช่วง 18 ถึง 20 สัปดาห์
อวัยวะเพศภายนอกของทารกเริ่มแยกความแตกต่างได้ราวสัปดาห์ที่ 12 ถึง 14 แต่ในช่วงนั้นยังเล็กมากและคล้ายกันทั้งสองเพศ การทายในช่วงนี้จึงผิดได้บ่อย ช่วงที่แพทย์มั่นใจคือ 18 ถึง 20 สัปดาห์ขึ้นไป ซึ่งบังเอิญตรงกับการอัลตราซาวนด์ตรวจโครงสร้างที่ต้องทำอยู่แล้วพอดี
ความแม่นยำในช่วงนี้สูงมากเมื่อทารกอยู่ในท่าที่มองเห็นได้ชัด แต่ถ้าลูกหันหลัง ขาหนีบกัน หรือมีน้ำคร่ำน้อย แพทย์อาจบอกไม่ได้ในครั้งนั้นและต้องนัดดูใหม่ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้แปลว่ามีอะไรผิดปกติ
อัลตราซาวนด์สี่มิติที่เห็นหน้าตาชัดเจนไม่ได้ทำให้การบอกเพศแม่นขึ้น เพราะความแม่นขึ้นอยู่กับท่าของทารกและคุณภาพของภาพ ไม่ใช่จำนวนมิติ
วิธีที่ไม่แม่น แต่คนเชื่อกันมาก
เรื่องท้องแหลมท้องกลมเป็นความเชื่อที่ได้ยินบ่อยที่สุด ความจริงคือรูปทรงท้องขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง จำนวนครรภ์ที่ผ่านมา รูปร่างของคุณแม่ และท่าของทารก ไม่เกี่ยวกับเพศเลย
อีกเรื่องคืออัตราการเต้นหัวใจ ที่ว่าต่ำกว่า 140 คือลูกชาย สูงกว่านั้นคือลูกสาว งานวิจัยที่เปรียบเทียบอัตราการเต้นหัวใจทารกกับเพศจริงพบว่าไม่มีความแตกต่างที่มีนัยสำคัญ สิ่งที่ทำให้ตัวเลขต่างกันจริงๆ คืออายุครรภ์และช่วงที่ทารกหลับหรือตื่นขณะตรวจ
ส่วนชุดทดสอบเพศจากปัสสาวะที่ขายตามออนไลน์ และการแกว่งแหวนเหนือท้อง มีโอกาสถูกราวครึ่งหนึ่งเท่ากับการโยนเหรียญ ที่คนรู้สึกว่าแม่นเพราะเราจำครั้งที่ทายถูกได้ดีกว่าครั้งที่ทายผิด
ถ้าไม่อยากรู้ก่อน บอกหมอไว้ล่วงหน้า
คุณแม่จำนวนไม่น้อยอยากเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์วันคลอด ถ้าเป็นแบบนั้นควรบอกแพทย์และเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ก่อนเริ่มตรวจ เพราะระหว่างอัลตราซาวนด์แพทย์อาจพูดออกมาโดยไม่ทันคิด และควรบอกซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนคนตรวจ
อีกเรื่องที่ควรระวังคือผลตรวจที่เป็นเอกสาร ถ้าทำ NIPT ผลจะระบุโครโมโซมเพศไว้ในรายงาน ถ้าไม่อยากรู้ควรแจ้งห้องแล็บให้ปิดข้อมูลส่วนนั้นตั้งแต่ตอนส่งตรวจ
เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ การเลือกวิธีตรวจและการแปลผลควรทำร่วมกับแพทย์ที่ฝากครรภ์ ซึ่งจะพิจารณาจากอายุครรภ์ ความเสี่ยง และความจำเป็นเป็นรายบุคคล
คำถามที่พบบ่อย
รู้เพศลูกได้เร็วที่สุดตอนกี่สัปดาห์
การตรวจเลือด NIPT บอกได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 10 สัปดาห์ขึ้นไป ส่วนอัลตราซาวนด์มักบอกได้ชัดเจนช่วง 18 ถึง 20 สัปดาห์
อัลตราซาวนด์บอกเพศแม่นแค่ไหน
แม่นมากเมื่อทำในช่วง 18 สัปดาห์ขึ้นไปและทารกอยู่ในท่าที่มองเห็นได้ชัด แต่ถ้าลูกหันหลังหรือขาหนีบกัน แพทย์อาจบอกไม่ได้ในครั้งนั้นและต้องนัดดูใหม่
NIPT ตรวจอะไรได้บ้างนอกจากเพศ
ออกแบบมาเพื่อคัดกรองความผิดปกติของโครโมโซมเป็นหลัก เช่น กลุ่มอาการดาวน์ เอ็ดเวิร์ด และพาทัว การรู้เพศเป็นผลพลอยได้จากการตรวจหาโครโมโซม Y
ท้องแหลมท้องกลมบอกเพศได้จริงไหม
ไม่ได้ รูปทรงท้องขึ้นกับความแข็งแรงของกล้ามเนื้อหน้าท้อง จำนวนครรภ์ที่ผ่านมา รูปร่างคุณแม่ และท่าของทารก ไม่เกี่ยวกับเพศ
ใครเป็นคนกำหนดเพศลูก
ฝ่ายพ่อ เพราะไข่ของแม่มีโครโมโซม X เสมอ ส่วนอสุจิมีทั้งชนิดที่พา X และ Y ถ้าอสุจิที่ผสมสำเร็จพา Y มาด้วยจะได้ลูกชาย
ถ้าไม่อยากรู้เพศก่อนคลอดต้องทำอย่างไร
บอกแพทย์และเจ้าหน้าที่ตั้งแต่ก่อนเริ่มตรวจ และบอกซ้ำทุกครั้งที่เปลี่ยนคนตรวจ ถ้าทำ NIPT ให้แจ้งห้องแล็บปิดข้อมูลเพศในรายงานด้วย
