หน้าแรกแม่และเด็กเด็กเล็ก (1–6 ปี)ลูกไม่ยอมกินข้าว ทำอย่างไรดี แก้ให้ถูกจุด

ลูกไม่ยอมกินข้าว ทำอย่างไรดี แก้ให้ถูกจุด

เรื่องที่พ่อแม่วัยเตาะแตะเครียดที่สุดเรื่องหนึ่งคือลูกไม่ยอมกินข้าว นั่งโต๊ะได้สองคำแล้วลุกหนี หรือกินแต่ของเดิมซ้ำๆ ข่าวดีคือพฤติกรรมนี้พบได้ในเด็กส่วนใหญ่และมักไม่ใช่ปัญหาสุขภาพ แต่วิธีที่พ่อแม่ใช้แก้ต่างหากที่มักทำให้เรื่องแย่ลงโดยไม่ตั้งใจ

สาเหตุที่แท้จริงมักไม่ใช่เรื่องอาหาร

อย่างแรกคืออัตราการเติบโตชะลอลงจริง เด็กในขวบปีแรกน้ำหนักขึ้นเร็วมาก แต่หลังหนึ่งขวบการเติบโตช้าลงชัดเจน ความต้องการพลังงานต่อน้ำหนักตัวจึงลดลงตามไปด้วย เด็กที่เคยกินเยอะแล้วอยู่ๆ กินน้อยลงตอนขวบกว่า ส่วนใหญ่จึงเป็นเรื่องปกติ ไม่ใช่ความผิดปกติ

อย่างที่สองคือพัฒนาการด้านการเป็นตัวของตัวเอง วัย 1 ถึง 3 ปีเป็นช่วงที่เด็กเริ่มรู้ว่าตัวเองปฏิเสธได้ และมื้ออาหารเป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่เด็กควบคุมได้เต็มที่ การปฏิเสธอาหารจึงเป็นการทดลองอำนาจ ไม่ใช่การไม่ชอบรสชาติเสมอไป

อย่างที่สามคือการกินจุบจิบและดื่มนมมากเกินไป เด็กที่ดื่มนมเกินวันละ 500 มิลลิลิตรมักอิ่มจนไม่กินข้าว และนมที่มากเกินไปยังรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กจนเสี่ยงภาวะโลหิตจาง ซึ่งย้อนกลับมาทำให้เบื่ออาหารอีกทอดหนึ่ง

เช็คว่าลูกดื่มนมมากไปหรือเปล่า
คำนวณปริมาณนมที่เหมาะกับน้ำหนักและอายุของลูก พร้อมบอกว่าวัยไหนนมควรเป็นอาหารเสริมแทนอาหารหลักแล้ว

สิ่งที่ยิ่งทำยิ่งแย่

การบังคับป้อนหรือไล่ป้อนตามบ้านทำให้เด็กเชื่อมโยงมื้ออาหารกับความกดดัน ระยะสั้นอาจได้จำนวนคำเพิ่มขึ้น แต่ระยะยาวทำให้เด็กต่อต้านมื้ออาหารมากขึ้น การเปิดการ์ตูนให้ดูระหว่างป้อนก็เช่นกัน เพราะเด็กจะกินโดยไม่รู้ตัวว่าอิ่มหรือยัง ทำให้ระบบรับรู้ความอิ่มเสียไป

อีกอย่างที่ควรเลิกคือการต่อรองด้วยของหวาน เช่น กินข้าวหมดแล้วจะได้ขนม เพราะเป็นการบอกเด็กกลายๆ ว่าข้าวคือสิ่งที่ต้องทนกิน ส่วนขนมคือรางวัล ซึ่งยิ่งทำให้เด็กเห็นค่าของขนมมากขึ้นและเห็นค่าของข้าวน้อยลง

และการทำอาหารใหม่ให้ทุกครั้งที่ลูกไม่กิน ก็สอนให้เด็กเรียนรู้ว่าถ้าปฏิเสธนานพอ เดี๋ยวก็มีเมนูที่ชอบมาเสิร์ฟ

จานข้าวเด็กแบ่งช่องจัดหน้ายิ้มด้วยข้าว ไข่ ผัก และผลไม้

วิธีที่มีหลักฐานว่าได้ผล

หลักการที่นักโภชนาการเด็กใช้กันคือแบ่งหน้าที่ให้ชัด พ่อแม่มีหน้าที่ตัดสินใจว่าจะให้กินอะไร ที่ไหน และเมื่อไหร่ ส่วนลูกมีหน้าที่ตัดสินใจว่าจะกินหรือไม่กิน และกินมากแค่ไหน เมื่อพ่อแม่ไม่ก้าวก่ายหน้าที่ของลูก ความตึงเครียดที่โต๊ะอาหารจะลดลงอย่างชัดเจน

ในทางปฏิบัติคือจัดมื้อหลัก 3 มื้อและของว่าง 2 มื้อให้เป็นเวลา ระหว่างมื้อให้ดื่มได้แต่น้ำเปล่า เพื่อให้ลูกหิวจริงตอนถึงมื้อ ตั้งเวลามื้ออาหารไว้ราว 20 ถึง 30 นาที ถ้าไม่กินก็เก็บโดยไม่ดุและไม่ให้ของกินอื่นจนถึงมื้อถัดไป เด็กจะเรียนรู้เองภายในไม่กี่วัน

อีกวิธีที่ได้ผลดีคือให้ลูกมีส่วนร่วม ตั้งแต่เลือกผักตอนไปตลาด ล้างผัก ฉีกผัก ไปจนถึงตักอาหารใส่จานเอง เด็กที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นเจ้าของมื้อนั้นมักยอมลองมากกว่า และการวางอาหารใหม่ไว้ข้างๆ ของที่ลูกชอบโดยไม่บังคับให้กิน ก็ช่วยได้มาก งานวิจัยพบว่าเด็กอาจต้องเห็นอาหารชนิดใหม่ถึง 10 ถึง 15 ครั้งก่อนจะยอมลอง

วัดว่าลูกได้สารอาหารพอไหม อย่าดูที่จำนวนคำ

ตัวชี้วัดที่เชื่อถือได้ที่สุดไม่ใช่ปริมาณที่กินในแต่ละมื้อ แต่คือกราฟการเจริญเติบโต ถ้าน้ำหนักและส่วนสูงยังเดินตามเส้นเดิมของตัวเอง ลูกตื่นตัวดี เล่นได้ปกติ และพัฒนาการเป็นไปตามวัย แปลว่าได้พลังงานพอ แม้จะดูเหมือนกินน้อยก็ตาม

ให้ดูภาพรวมทั้งสัปดาห์แทนที่จะดูเป็นมื้อ เด็กวัยนี้กินไม่เท่ากันในแต่ละวันเป็นเรื่องปกติมาก บางวันกินเยอะบางวันแทบไม่แตะ แต่เมื่อเฉลี่ยทั้งสัปดาห์แล้วมักได้พอดี

เทียบน้ำหนักลูกกับเกณฑ์มาตรฐาน
ใส่อายุ เพศ และน้ำหนัก แล้วดูว่าลูกอยู่ตรงไหนของกราฟ WHO ซึ่งบอกได้ดีกว่าการนับจำนวนคำที่กิน

สัญญาณที่ควรพาไปพบแพทย์

ถ้ามีอาการเหล่านี้ ไม่ควรรอ ได้แก่ น้ำหนักลดลงหรือไม่ขึ้นเลยติดต่อกันหลายเดือน ส่วนสูงหลุดจากเส้นกราฟที่เคยเดินตาม ซีดผิดปกติหรือเหนื่อยง่าย มีอาการสำลักหรือกลืนลำบาก อาเจียนบ่อย ท้องเสียเรื้อรัง หรือมีอาการแพ้อาหารร่วมด้วย

อีกกลุ่มที่ควรปรึกษาคือเด็กที่กินอาหารได้น้อยกว่า 20 ชนิด ปฏิเสธอาหารทั้งหมวดเช่นไม่กินผักเลยหรือไม่กินเนื้อสัตว์เลย หรือมีปฏิกิริยารุนแรงมากต่อเนื้อสัมผัสบางแบบ ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับปัญหาการรับความรู้สึกและมีวิธีช่วยเฉพาะ

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อความเข้าใจ ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เด็กแต่ละคนต่างกัน หากกังวลเรื่องการกินหรือการเจริญเติบโตของลูก ควรปรึกษากุมารแพทย์หรือนักโภชนาการเด็ก

คำถามที่พบบ่อย

ลูก 2 ขวบไม่ยอมกินข้าว ผิดปกติไหม
ส่วนใหญ่ไม่ผิดปกติ เพราะหลังหนึ่งขวบอัตราการเติบโตช้าลง ความต้องการพลังงานจึงลดลง และวัยนี้เป็นช่วงที่เด็กเริ่มทดลองปฏิเสธเพื่อเป็นตัวของตัวเอง

ควรบังคับป้อนไหมถ้าลูกไม่กิน
ไม่ควร การบังคับป้อนทำให้เด็กเชื่อมโยงมื้ออาหารกับความกดดัน และระยะยาวทำให้ต่อต้านมากขึ้น ให้ใช้หลักแบ่งหน้าที่ พ่อแม่เลือกว่าให้กินอะไรเมื่อไหร่ ลูกเลือกว่าจะกินหรือไม่และมากแค่ไหน

ลูกดื่มนมมากไปทำให้ไม่กินข้าวจริงไหม
จริง เด็กอายุเกินหนึ่งขวบที่ดื่มนมเกินวันละ 500 มิลลิลิตรมักอิ่มจนไม่กินข้าว และนมมากเกินไปยังรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กจนเสี่ยงภาวะโลหิตจาง

เปิดการ์ตูนให้ดูตอนกินข้าวช่วยไหม
ช่วยเฉพาะระยะสั้น แต่ทำให้เด็กกินโดยไม่รู้ตัวว่าอิ่มหรือยัง ระบบรับรู้ความอิ่มเสียไป และระยะยาวทำให้ไม่ยอมกินถ้าไม่มีจอ

ต้องให้ลูกลองอาหารใหม่กี่ครั้งถึงจะยอมกิน
งานวิจัยพบว่าเด็กอาจต้องเห็นอาหารชนิดใหม่ถึง 10 ถึง 15 ครั้งก่อนจะยอมลอง ให้วางไว้ข้างๆ ของที่ชอบโดยไม่บังคับ

เมื่อไหร่ที่ควรพาลูกไปพบแพทย์
เมื่อน้ำหนักลดหรือไม่ขึ้นติดต่อกันหลายเดือน ส่วนสูงหลุดจากเส้นกราฟเดิม ซีดหรือเหนื่อยง่าย สำลักหรือกลืนลำบาก อาเจียนบ่อย หรือกินอาหารได้น้อยกว่า 20 ชนิด

{“@context”:”https://schema.org”,”@type”:”FAQPage”,”mainEntity”:[{“@type”:”Question”,”name”:”ลูก 2 ขวบไม่ยอมกินข้าว ผิดปกติไหม”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”ส่วนใหญ่ไม่ผิดปกติ เพราะหลังหนึ่งขวบอัตราการเติบโตช้าลง ความต้องการพลังงานจึงลดลง และวัยนี้เป็นช่วงที่เด็กเริ่มทดลองปฏิเสธเพื่อเป็นตัวของตัวเอง”}},{“@type”:”Question”,”name”:”ควรบังคับป้อนไหมถ้าลูกไม่กิน”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”ไม่ควร การบังคับป้อนทำให้เด็กเชื่อมโยงมื้ออาหารกับความกดดัน และระยะยาวทำให้ต่อต้านมากขึ้น ให้ใช้หลักแบ่งหน้าที่ พ่อแม่เลือกว่าให้กินอะไรเมื่อไหร่ ลูกเลือกว่าจะกินหรือไม่และมากแค่ไหน”}},{“@type”:”Question”,”name”:”ลูกดื่มนมมากไปทำให้ไม่กินข้าวจริงไหม”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”จริง เด็กอายุเกินหนึ่งขวบที่ดื่มนมเกินวันละ 500 มิลลิลิตรมักอิ่มจนไม่กินข้าว และนมมากเกินไปยังรบกวนการดูดซึมธาตุเหล็กจนเสี่ยงภาวะโลหิตจาง”}},{“@type”:”Question”,”name”:”เปิดการ์ตูนให้ดูตอนกินข้าวช่วยไหม”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”ช่วยเฉพาะระยะสั้น แต่ทำให้เด็กกินโดยไม่รู้ตัวว่าอิ่มหรือยัง ระบบรับรู้ความอิ่มเสียไป และระยะยาวทำให้ไม่ยอมกินถ้าไม่มีจอ”}},{“@type”:”Question”,”name”:”ต้องให้ลูกลองอาหารใหม่กี่ครั้งถึงจะยอมกิน”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”งานวิจัยพบว่าเด็กอาจต้องเห็นอาหารชนิดใหม่ถึง 10 ถึง 15 ครั้งก่อนจะยอมลอง ให้วางไว้ข้างๆ ของที่ชอบโดยไม่บังคับ”}},{“@type”:”Question”,”name”:”เมื่อไหร่ที่ควรพาลูกไปพบแพทย์”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”เมื่อน้ำหนักลดหรือไม่ขึ้นติดต่อกันหลายเดือน ส่วนสูงหลุดจากเส้นกราฟเดิม ซีดหรือเหนื่อยง่าย สำลักหรือกลืนลำบาก อาเจียนบ่อย หรือกินอาหารได้น้อยกว่า 20 ชนิด”}}]}
เจษฎา
เจษฎาhttps://huangjai.com
ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการเว็บไซต์ห่วงใยคุณในทุกๆวัน รวบรวมเรื่องการตั้งครรภ์ การเลี้ยงลูก และสิทธิที่พ่อแม่ควรได้รับ โดยอ้างอิงจากประกาศราชการ กรมอนามัย สำนักงานประกันสังคม กรมสรรพากร และสถาบันทางการแพทย์ พร้อมพัฒนาเครื่องมือคำนวณฟรี 27 ตัวให้ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ทดแทนคำวินิจฉัยของแพทย์
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments