หน้าแรกแม่และเด็กทารกแรกเกิด (0–12 เดือน)ลูกนอนไม่เป็นเวลา จัดตารางนอนใหม่ให้ได้ผล

ลูกนอนไม่เป็นเวลา จัดตารางนอนใหม่ให้ได้ผล

พ่อแม่หลายคนพยายามให้ลูกตื่นนานๆ ตอนกลางวันโดยหวังว่ากลางคืนจะหลับยาว ผลมักออกมาตรงกันข้าม เพราะเด็กที่ง่วงเกินเหตุจะมีฮอร์โมนความเครียดสูงขึ้น ทำให้ตื่นตัวผิดปกติ หลับยาก และตื่นบ่อยกลางดึก กุญแจสำคัญที่แก้ปัญหานี้ได้จริงไม่ใช่จำนวนชั่วโมงนอนรวม แต่คือสิ่งที่เรียกว่าระยะตื่น

ระยะตื่น คือสิ่งที่พ่อแม่ส่วนใหญ่ไม่เคยได้ยิน

ระยะตื่นคือช่วงเวลาที่ลูกตื่นได้อย่างสบายก่อนจะง่วงรอบถัดไป และมันสั้นกว่าที่คนส่วนใหญ่คิดมาก ทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนตื่นได้เพียงราว 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง เด็ก 4 ถึง 5 เดือนราวชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมง เด็ก 6 ถึง 8 เดือนราวสองชั่วโมงครึ่ง เด็ก 9 ถึง 11 เดือนราวสามชั่วโมงครึ่ง และเด็กขวบครึ่งขึ้นไปตื่นได้ถึงห้าชั่วโมง

ถ้าปล่อยให้ตื่นนานเกินระยะนี้ ร่างกายจะหลั่งคอร์ติซอลและอะดรีนาลีนออกมาเพื่อพยุงความตื่นตัว ผลคือลูกดูเหมือนยังไม่ง่วง เล่นได้ ดูสดใส แต่พอถึงเวลานอนจริงกลับร้องไห้หนัก หลับยาก และหลับไม่สนิท พ่อแม่จึงสรุปผิดว่าลูกยังไม่ง่วงพอ แล้วยิ่งยืดเวลาออกไปอีก กลายเป็นวงจรที่แย่ลงเรื่อยๆ

สัญญาณง่วงระยะแรกที่ควรจับให้ทันคือ มองเหม่อ หลบสายตา เคลื่อนไหวช้าลง หาว และขยี้ตา ถ้ารอจนลูกร้องงอแงแล้วค่อยพาเข้านอน แปลว่าเลยจุดที่ดีที่สุดไปแล้ว

สร้างตารางนอนตามวัยของลูกได้ทันที
ใส่อายุลูกและเวลาตื่นนอนเช้า แล้วรู้เลยว่าควรงีบกี่รอบ รอบละเมื่อไหร่ และควรเข้านอนกลางคืนกี่โมง

จัดตารางใหม่ทีละขั้น ไม่ต้องรื้อทั้งหมดในวันเดียว

ขั้นแรกคือกำหนดเวลาตื่นนอนเช้าให้คงที่ ราวเดิมทุกวันบวกลบไม่เกินครึ่งชั่วโมง เพราะเวลาตื่นเช้าคือจุดตั้งต้นที่กำหนดทั้งวัน ถ้าเวลาตื่นเช้าเหวี่ยงไปมา ตารางทั้งวันก็เหวี่ยงตาม

ขั้นที่สองคือนับระยะตื่นตามวัยจากเวลาตื่นเช้า แล้วพาเข้านอนงีบรอบแรกให้ตรงเวลานั้น อย่ารอสัญญาณงอแง ในช่วงแรกอาจต้องกล่อมนานหน่อยเพราะร่างกายยังไม่ชิน แต่ส่วนใหญ่จะปรับได้ภายใน 3 ถึง 5 วัน

ขั้นที่สามคือดูแลไม่ให้งีบรอบสุดท้ายลากยาวจนใกล้เวลาเข้านอนกลางคืน โดยทั่วไปควรให้จบก่อนเวลาเข้านอนอย่างน้อยราวสามชั่วโมง แต่ห้ามตัดงีบทิ้งเพื่อให้ลูกเหนื่อย เพราะจะได้ผลตรงกันข้าม

มุมก่อนนอนของเด็กมีนาฬิกาตั้งโต๊ะ โคมไฟ และหนังสือนิทาน

กิจวัตรก่อนนอนคือสัญญาณที่สมองเข้าใจ

กิจวัตรที่ทำซ้ำเดิมทุกคืนช่วยได้จริงและมีงานวิจัยรองรับ เช่น อาบน้ำ ใส่ชุดนอน นวดตัวเบาๆ อ่านนิทานหนึ่งเล่ม แล้วปิดไฟ ใช้เวลารวมราว 20 ถึง 30 นาที ทำลำดับเดิมทุกคืนจนสมองลูกเชื่อมโยงได้เองว่ากำลังจะถึงเวลานอน

สองปัจจัยที่ส่งผลมากที่สุดคือแสงและอุณหภูมิ ห้องที่มืดสนิทกระตุ้นการหลั่งเมลาโทนิน ผ้าม่านทึบแสงคุ้มค่ากว่าของเล่นกล่อมนอนใดๆ ส่วนอุณหภูมิห้องราว 24 ถึง 26 องศาช่วยให้หลับสบายที่สุด และควรงดหน้าจอทุกชนิดอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน เพราะแสงสีฟ้ารบกวนนาฬิกาชีวภาพโดยตรง

เสียงขาวหรือ white noise ช่วยได้สำหรับบ้านที่มีเสียงรบกวนจากภายนอก แต่ควรเปิดในระดับเบาราวเสียงฝนตกเบาๆ และวางห่างจากหัวลูกอย่างน้อยหนึ่งเมตร

ตื่นกลางดึกบ่อย ตรวจสามเรื่องนี้ก่อน

เรื่องแรกคือระยะตื่นก่อนเข้านอนยาวเกินไปหรือไม่ ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับหนึ่ง เด็กที่ง่วงเกินเหตุจะตื่นกลางดึกบ่อยกว่าเด็กที่เข้านอนในจังหวะพอดี

เรื่องที่สองคือห้องมืดพอหรือยัง แสงจากไฟกลางคืน หน้าจอโทรทัศน์ หรือไฟถนนที่ลอดม่านเข้ามา รบกวนวงจรการนอนได้มากกว่าที่คิด

เรื่องที่สามคือลูกหิวจริงหรือแค่ตื่นตามความเคยชิน เด็กอายุเกิน 6 เดือนที่น้ำหนักขึ้นดีตามเกณฑ์ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องกินนมกลางดึกแล้วในทางโภชนาการ แต่ยังตื่นเพราะความเคยชิน การค่อยๆ ลดปริมาณนมมื้อดึกลงทีละน้อยได้ผลดีกว่าการหยุดทันที และควรปรึกษากุมารแพทย์ก่อนถ้าลูกน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์

เช็คว่าน้ำหนักลูกขึ้นตามเกณฑ์ไหม
ถ้าน้ำหนักขึ้นดีตามกราฟ WHO แปลว่าลูกได้พลังงานพอ ตื่นกลางดึกน่าจะเป็นเรื่องความเคยชินมากกว่าความหิว

ช่วงที่ตารางจะพังชั่วคราว และเป็นเรื่องปกติ

มีช่วงที่การนอนถดถอยชั่วคราวโดยไม่ได้ทำอะไรผิด มักตรงกับช่วงที่ลูกกำลังพัฒนาทักษะใหม่ เช่น ราว 4 เดือนที่วงจรการนอนเปลี่ยนเป็นแบบผู้ใหญ่ ราว 8 ถึง 10 เดือนที่เริ่มคลานและเกาะยืน และราวหนึ่งขวบครึ่งที่เริ่มพูดและมีความกังวลเมื่อแยกจากพ่อแม่

ช่วงเหล่านี้มักกินเวลา 2 ถึง 6 สัปดาห์แล้วดีขึ้นเอง สิ่งที่ควรทำคือรักษากิจวัตรเดิมไว้ให้มั่นคง ไม่เปลี่ยนวิธีกล่อมไปมา เพราะการเปลี่ยนบ่อยทำให้ลูกสับสนและใช้เวลาปรับตัวนานกว่าเดิม

ส่วนอาการที่ไม่ใช่เรื่องปกติและควรพบแพทย์คือ นอนกรนเสียงดังทุกคืน หายใจเฮือกหรือหยุดหายใจเป็นช่วงขณะหลับ เหงื่อออกมากผิดปกติตอนหลับ หรือง่วงผิดปกติตอนกลางวันทั้งที่นอนพอ

เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปตามเกณฑ์พัฒนาการทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์ เด็กแต่ละคนต่างกัน หากลูกมีปัญหาการนอนที่รบกวนการเจริญเติบโต หรือมีอาการหายใจผิดปกติขณะหลับ ควรปรึกษากุมารแพทย์

คำถามที่พบบ่อย

ระยะตื่นคืออะไร ทำไมสำคัญกว่าจำนวนชั่วโมงนอน
คือช่วงเวลาที่ลูกตื่นได้อย่างสบายก่อนจะง่วงรอบถัดไป ถ้าปล่อยให้เกินระยะนี้ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด ทำให้หลับยากและตื่นบ่อยกลางดึก

เด็ก 6 เดือนตื่นได้นานแค่ไหนก่อนต้องนอนรอบถัดไป
ราวสองชั่วโมงครึ่ง ส่วนทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนตื่นได้เพียง 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง และเด็กขวบครึ่งขึ้นไปตื่นได้ถึงห้าชั่วโมง

ให้ลูกตื่นนานๆ ตอนกลางวันจะหลับยาวขึ้นไหม
ไม่ ผลมักตรงกันข้าม เด็กที่ง่วงเกินเหตุจะมีคอร์ติซอลสูงขึ้น ทำให้ตื่นตัวผิดปกติ หลับยาก และตื่นบ่อยกลางดึกมากกว่าเดิม

ปรับตารางนอนใหม่ใช้เวลานานแค่ไหนถึงเห็นผล
ส่วนใหญ่ราว 3 ถึง 5 วัน โดยเริ่มจากกำหนดเวลาตื่นนอนเช้าให้คงที่ก่อน แล้วนับระยะตื่นตามวัยเพื่อกำหนดเวลางีบ

เด็กอายุเท่าไหร่ที่ไม่จำเป็นต้องกินนมกลางดึกแล้ว
เด็กอายุเกิน 6 เดือนที่น้ำหนักขึ้นดีตามเกณฑ์ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นในทางโภชนาการแล้ว แต่ควรค่อยๆ ลดปริมาณลงทีละน้อย และปรึกษาแพทย์ก่อนถ้าลูกน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์

อาการนอนแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์
นอนกรนเสียงดังทุกคืน หายใจเฮือกหรือหยุดหายใจเป็นช่วงขณะหลับ เหงื่อออกมากผิดปกติตอนหลับ หรือง่วงผิดปกติตอนกลางวันทั้งที่นอนพอ

{“@context”:”https://schema.org”,”@type”:”FAQPage”,”mainEntity”:[{“@type”:”Question”,”name”:”ระยะตื่นคืออะไร ทำไมสำคัญกว่าจำนวนชั่วโมงนอน”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”คือช่วงเวลาที่ลูกตื่นได้อย่างสบายก่อนจะง่วงรอบถัดไป ถ้าปล่อยให้เกินระยะนี้ ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนความเครียด ทำให้หลับยากและตื่นบ่อยกลางดึก”}},{“@type”:”Question”,”name”:”เด็ก 6 เดือนตื่นได้นานแค่ไหนก่อนต้องนอนรอบถัดไป”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”ราวสองชั่วโมงครึ่ง ส่วนทารกแรกเกิดถึง 3 เดือนตื่นได้เพียง 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง และเด็กขวบครึ่งขึ้นไปตื่นได้ถึงห้าชั่วโมง”}},{“@type”:”Question”,”name”:”ให้ลูกตื่นนานๆ ตอนกลางวันจะหลับยาวขึ้นไหม”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”ไม่ ผลมักตรงกันข้าม เด็กที่ง่วงเกินเหตุจะมีคอร์ติซอลสูงขึ้น ทำให้ตื่นตัวผิดปกติ หลับยาก และตื่นบ่อยกลางดึกมากกว่าเดิม”}},{“@type”:”Question”,”name”:”ปรับตารางนอนใหม่ใช้เวลานานแค่ไหนถึงเห็นผล”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”ส่วนใหญ่ราว 3 ถึง 5 วัน โดยเริ่มจากกำหนดเวลาตื่นนอนเช้าให้คงที่ก่อน แล้วนับระยะตื่นตามวัยเพื่อกำหนดเวลางีบ”}},{“@type”:”Question”,”name”:”เด็กอายุเท่าไหร่ที่ไม่จำเป็นต้องกินนมกลางดึกแล้ว”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”เด็กอายุเกิน 6 เดือนที่น้ำหนักขึ้นดีตามเกณฑ์ ส่วนใหญ่ไม่จำเป็นในทางโภชนาการแล้ว แต่ควรค่อยๆ ลดปริมาณลงทีละน้อย และปรึกษาแพทย์ก่อนถ้าลูกน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์”}},{“@type”:”Question”,”name”:”อาการนอนแบบไหนที่ควรพาไปพบแพทย์”,”acceptedAnswer”:{“@type”:”Answer”,”text”:”นอนกรนเสียงดังทุกคืน หายใจเฮือกหรือหยุดหายใจเป็นช่วงขณะหลับ เหงื่อออกมากผิดปกติตอนหลับ หรือง่วงผิดปกติตอนกลางวันทั้งที่นอนพอ”}}]}
เจษฎา
เจษฎาhttps://huangjai.com
ผู้ก่อตั้งและบรรณาธิการเว็บไซต์ห่วงใยคุณในทุกๆวัน รวบรวมเรื่องการตั้งครรภ์ การเลี้ยงลูก และสิทธิที่พ่อแม่ควรได้รับ โดยอ้างอิงจากประกาศราชการ กรมอนามัย สำนักงานประกันสังคม กรมสรรพากร และสถาบันทางการแพทย์ พร้อมพัฒนาเครื่องมือคำนวณฟรี 27 ตัวให้ใช้ได้ทันทีโดยไม่ต้องสมัครสมาชิก ไม่ใช่บุคลากรทางการแพทย์ ข้อมูลในเว็บไซต์นี้ใช้ประกอบการตัดสินใจ ไม่ทดแทนคำวินิจฉัยของแพทย์
RELATED ARTICLES
- Advertisment -
Google search engine

Most Popular

Recent Comments