เริ่มเร็วกว่าสำคัญกว่าเก็บเยอะ
สมมติเป้าหมายคือหนึ่งล้านบาทตอนลูกอายุ 18 ปี ที่ผลตอบแทน 5 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ถ้าเริ่มออมตั้งแต่ลูกแรกเกิด จะใช้เงินราวเดือนละ 2,900 บาท แต่ถ้ารอจนลูกอายุ 10 ปีค่อยเริ่ม ต้องใช้เดือนละกว่า 8,500 บาท คือเกือบสามเท่า ทั้งที่เป้าหมายเท่าเดิม
เหตุผลคือดอกเบี้ยทบต้นต้องการเวลา ไม่ใช่เงินก้อนใหญ่ ในกรณีแรกเงินต้นที่ใส่จริงราว 626,000 บาท ที่เหลือเกือบสี่แสนบาทมาจากดอกผล ส่วนกรณีหลังเงินต้นที่ใส่สูงถึงราว 816,000 บาท เพราะเหลือเวลาให้ทบต้นแค่ 8 ปี
เลือกที่เก็บเงินอย่างไรให้เหมาะกับระยะเวลา
หลักง่ายๆ คือยิ่งเหลือเวลานาน ยิ่งรับความผันผวนได้มาก ถ้าลูกยังเล็กและเหลือเวลาเกิน 10 ปี การกระจายไปยังกองทุนที่มีหุ้นผสมอยู่บ้างมักให้ผลตอบแทนระยะยาวดีกว่าเงินฝากอย่างชัดเจน แต่ถ้าเหลือเวลาไม่ถึง 3 ปี ควรย้ายเงินไปที่ปลอดภัยกว่า เพราะไม่มีเวลาให้ตลาดฟื้นถ้าเกิดขาลง
สิ่งที่ควรระวังคือประกันสะสมทรัพย์เพื่อการศึกษาที่ผลตอบแทนจริงมักต่ำกว่าที่โฆษณา เพราะส่วนหนึ่งของเบี้ยถูกหักไปเป็นค่าความคุ้มครองและค่าดำเนินการ ถ้าต้องการทั้งความคุ้มครองและการลงทุน การแยกซื้อประกันชีวิตแบบชั่วระยะเวลากับลงทุนต่างหาก มักได้ผลรวมที่ดีกว่า
ตั้งเป้าหมายเท่าไหร่จึงพอ
ค่าเล่าเรียนปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยรัฐบาลของไทยอยู่ที่ราวหลักหมื่นถึงสองหมื่นบาทต่อเทอมในหลายคณะ ส่วนหลักสูตรนานาชาติหรือมหาวิทยาลัยเอกชนสูงกว่านั้นหลายเท่า เมื่อรวมค่าครองชีพ ค่าหอพัก และค่าอุปกรณ์เข้าไปด้วย ครอบครัวส่วนใหญ่จึงตั้งเป้าไว้ที่หลักหลายแสนถึงหลักล้านบาท
อย่าลืมคิดเงินเฟ้อเข้าไปด้วย ค่าเล่าเรียนในอีก 18 ปีข้างหน้าจะสูงกว่าวันนี้ ถ้าเงินเฟ้อด้านการศึกษาอยู่ที่ราว 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ค่าใช้จ่ายที่วันนี้ 500,000 บาท จะกลายเป็นราว 850,000 บาทในอีก 18 ปี การตั้งเป้าเผื่อไว้จึงปลอดภัยกว่า
ตัวเลขเป็นการคำนวณทางคณิตศาสตร์จากสมมติฐานที่คุณกรอกเอง ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผลตอบแทนในอดีตไม่ได้รับประกันผลตอบแทนในอนาคต และการลงทุนมีความเสี่ยง ควรศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ
คำถามที่พบบ่อย
ควรเริ่มออมเพื่อการศึกษาลูกตอนไหน
ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะดอกเบี้ยทบต้นต้องการเวลามากกว่าต้องการเงินก้อนใหญ่ การเริ่มตั้งแต่ลูกแรกเกิดกับเริ่มตอนลูก 10 ขวบ ต่างกันได้เกือบสามเท่าในเงินที่ต้องใส่ต่อเดือน
ควรเก็บเงินไว้ที่ไหน
ขึ้นอยู่กับเวลาที่เหลือ ถ้าเหลือเกิน 10 ปี การมีหุ้นผสมอยู่บ้างมักให้ผลระยะยาวดีกว่าเงินฝาก แต่ถ้าเหลือไม่ถึง 3 ปี ควรย้ายไปที่ปลอดภัยกว่าเพราะไม่มีเวลาให้ตลาดฟื้น
ประกันสะสมทรัพย์เพื่อการศึกษาคุ้มไหม
ผลตอบแทนจริงมักต่ำกว่าที่โฆษณาเพราะส่วนหนึ่งของเบี้ยถูกหักเป็นค่าความคุ้มครองและค่าดำเนินการ ถ้าต้องการทั้งความคุ้มครองและการลงทุน การแยกซื้อประกันชีวิตชั่วระยะเวลากับลงทุนต่างหากมักได้ผลรวมดีกว่า
ควรตั้งเป้าหมายเงินเท่าไหร่
ขึ้นกับแผนการศึกษาที่วางไว้ และควรเผื่อเงินเฟ้อด้วย ถ้าเงินเฟ้อด้านการศึกษาราว 3 เปอร์เซ็นต์ต่อปี ค่าใช้จ่ายที่วันนี้ 500,000 บาทจะกลายเป็นราว 850,000 บาทในอีก 18 ปี
ออมไม่ทันแล้วควรทำอย่างไร
มีสามทางเลือกคือเพิ่มเงินออมต่อเดือน ยืดเวลาออกไป หรือลดเป้าหมายลงแล้วเสริมด้วยทุนการศึกษาและกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา ซึ่งเป็นทางเลือกปกติที่นักศึกษาไทยจำนวนมากใช้
